วิธีการชงกาแฟ

วิธีการหยดน้ำร้อนผ่านกาแฟบด (Drip)

brew-drip

วิธีนี้นิยมใช้กันทั่วๆ ไปในการชงกาแฟ โดยการหยดน้ำร้อนผ่านกาแฟบด (Drip) วิธีนี้เป็นวิธีที่เครื่องต้มกาแฟ (Drip maker, Coffee maker) ที่มีขายทั่วไปใช้กัน การชงแบบหยดน้ำร้อนนี้จะให้รสชาติและกลิ่นของกาแฟได้พอสมควร แต่รสชาติจะไม่จัด เพราะจะมีกระดาษกรอง กรองกากกาแฟไว้และก็ยังกรองรสชาติและกลิ่นของกาแฟบางส่วนไว้ด้วยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กันคุณภาพของกระดาษกรองที่ใช้ ทำให้มีโอกาสที่รสชาติของกาแฟจะเสียไปบ้าง แต่ก็เป็นวิธีที่ง่าย เพียงใส่กระดาษกรอง ใส่กาแฟบด เติมน้ำ เปิดสวิตท์ ก็ได้กาแฟร้อนๆ หอมๆ พร้อมดื่ม กาแฟที่ใช้วิธีการหยดน้ำนี้ควรดื่มใน 20 นาทีเพื่อคงรสชาติของกาแฟไว้

เอสเพรสโซ (Espresso)

brew-espresso

ที่จริงเอสเพรสโซไม่ใช่ชื่อของพันธุ์กาแฟ หรือสูตรกาแฟ แต่เป็นวิธีการชงกาแฟ และเครื่องดื่มที่ได้จากการชงแบบนี้จะเรียกว่ากาแฟเอสเพรสโซ การชงแบบเอสเพรสโซต้องใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ (Espresso Machine) ในการทำ หลักการของเครื่องชงเอสเพรสโซคือจะใช้แรงดันอัดน้ำร้อนให้ผ่านไปในกาแฟบด ละเอียด ซึ่งจะให้รสชาติกาแฟออกมาเต็มที่มากกว่าการหยดน้ำร้อนผ่านกาแฟ วิธีนี้ว่ากันว่าเป็นการชงที่เข้าถึงหัวใจของเมล็ดกาแฟได้เต็มที่ การอัดน้ำให้ผ่านกาแฟบดจะใช้แรงดันราวๆ 9 เท่าของแรงดันบรรยากาศ ใช้เวลาประมาณ 18-23 วินาที เอสเพรสโซจะทำถ้วยต่อถ้วย ไม่มีการทำค้างไว้เหมือนการชงแบบหยด เวลาเสิร์ฟจะใส่แก้วเล็กๆ ปะมาณ 1 ออนซ์ แล้วต้องดื่มทีเดียวให้หมด ใครสั่งเอสเพรสโซมานั่งจิบชมวิวแสดงว่าดื่มผิดวิธี เอสเพรสโซแท้ๆ จะขมมาก เพราะกาแฟบดที่ใช้กับเอสเพรสโซจะผ่านการคั่วนานจนสีเข้ม เรียกว่า Dark roasted เมล็ดกาแฟที่ใช้อาจจะมาจากกาแฟพันธุ์แท้ หรืออาจจะเป็นกาแฟเบลนด์ที่แต่ละร้านทำขึ้นเอง ดังนั้นรสชาติและกลิ่นอาจจะต่างกันได้ แม้ว่าจะสั่งเอสเพรสโซเหมือนกันก็ตาม

เพอร์โคเลเตอร์ (Percolator)

brew-percolator

วิธีนี้เป็นวิธีที่อาจจะแปลกสักเล็กน้อยสำหรับคอกาแฟ เพอร์โคเลเตอร์ (Percolator) มีลักษณะเหมือนเหยือกเก็บความร้อนทั่วๆไป หลักการชงกาแฟของเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator) คือเอากาแฟที่ต้มแล้วมาผ่านกาแฟบดซ้ำหลายๆรอบ และที่บอกว่าแปลกเพราะการชงโดยเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator) ละเมิดกฎการชงกาแฟที่สำคัญสองข้อ คือ 1)การชงกาแฟต้องไม่ดึงรสหรือกลิ่นของกาแฟมากเกินไป กาแฟบดจึงนำมาต้มหรือชงเพียงรอบเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่ากากจะเหลือรสกาแฟค้างอยู่ก็ตาม และข้อ 2) คือ กาแฟต้มแล้วต้องเอามาดื่มเลย ห้ามปล่อยให้เย็น ถ้ากาแฟเย็นลงจะไม่นำมาต้มหรืออุ่นซ้ำ เพราะรสและกลิ่นจะผิดจากเดิม กฎสองข้อนี้ถือว่าสำคัญสำหรับนักดื่มกาแฟ และเป็นกฎที่ร้านกาแฟทั่วไปจะทำตามเสมอ การชงกาแฟโดยเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator) ทำให้ได้กาแฟที่ขมมาก กลิ่นหอมรุนแรง เพราะรสและกลิ่นน้ำมันหอมจากกาแฟจะถูกสกัดออกมาจนเกลี้ยงกว่าวิธีอื่น

เฟรนช์เพรส (French Press)

brew-press

วิธีการชงแบบนี้ถือว่าเป็นวิธีการชงที่ให้รสชาติและความหอมของกาแฟได้ดีที่สุด วิธีการชงต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Plunger pot ใช้เมล็ดกาแฟชั้นดีบดหยาบที่สุด เริ่มต้นโดยการเทน้ำร้อนลงไปใน plunger ก่อน แล้วใส่กาแฟบดลงไป 2 ช้อนโต๊ะต่อกาแฟ 1 ถ้วย (6 ออนซ์) จากนั้นเทน้ำที่เพิ่งเดือดลงให้ท่วมกาแฟ ให้แน่ใจว่าเม็ดกาแฟโดนน้ำร้อนทุกเม็ด ปิดฝา plunger พักไว้ 4 นาทีแล้วถึงกด plunger บีบให้กาแฟผ่านตะแกรง ถือเป็นจบขั้นตอนจากนั้นก็รินกาแฟมากินมาดื่มได้เลย กาแฟที่ชงด้วยวิธีนี้ควรดื่มภายใน 20 นาทีเพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นของกาแฟที่ดีที่สุด