ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เสียสุขภาพ

มีคนถามมาเยอะว่าปริมาณของกาแฟที่ควรดื่มเท่าไหร่ต่อวันจึงจะมีผลดีและไม่มีข้างเคียงกับร่างกาย ส่วนตัวรู้สึกสนใจอยู่เหมือนกันจึงลองไปหาข้อมูลดู ก็พบว่ามีคนเขียนไว้ตามบทความที่ยกมา ก็ลองอ่านกันเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้

กาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากต้นกาแฟซึ่งนำเมล็ดมาคั่วและกาแฟก็ได้รับความนิยมกันมากสำหรับคนทำงานหรือดื่มเป็นของว่างในยามพบปะสังสรรค์  คนส่วนใหญ่จะนิยมดื่มในรูปของกาแฟสดกันมากกว่าเพราะมีรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่าและสำหรับคนที่ไม่มีเวลาก็อาจดื่มเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่พร้อมชงดื่มเลย

เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมากาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่าทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัยและอาจให้ผลดีถ้าดื่มให้เป็น

กาแฟสดจากธรรมชาติมีผลดีต่อสุขภาพเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน แถบทำให้ผิวสดใส

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง ก็ควรดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย แต่ถ้าดื่มมากไปอาจเป็นผลต่อร่างกายอาจทำให้นอนไม่หลับ และร่างกายอ่อนเพลียได้

เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ

คนที่ดื่มกาแฟอย่าเพิ่งดีใจไปว่ากาแฟนั้นสามารถต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย และสามารถต้านโรคต่าง ๆ ได้ แต่ในกาแฟก็มีโทษเหมือนกัน เพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง

และการดื่มกาแฟมากอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผลต่อร่างกาย

สำหรับผู้ที่เลี่ยงกาแฟอยู่แล้ว ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไวต่อกาแฟ การดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย

สารคาเฟอีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารอื่นด้วย เช่นใบชา เมล็ดโคลา โกโก้  ช็อกโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และยาบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินควร จึงต้องตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองเสมอ

สิ่งที่พึงระวังสำหรับคนที่ดื่มกาแฟ ถ้าต้องเลือกกาแฟสกัดคาเฟอีน ควรเลือกชนิดที่ใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ และไม่ควรดื่มกาแฟให้มากเกินไป ถ้าเป็นไปได้ดื่มวันละ 1 – 2 แก้วก็น่าจะเป็นปริมาณที่เหมาะ

ข้อมูลจาก : www.thaihealth.or.th