Latte Art (ลาเต้อาร์ต)

latte_art

ต้นกำเนิดของ Latte Art (ลาเต้อาร์ต)

คำว่าลาเต้ (Latte) มาจากภาษาอิตาลี แปลว่า “นม” ถ้าเราไปที่อิตาลีแล้วสั่งกาแฟว่า Latte เราจะได้รับนมสดร้อน 1 แก้ว แต่ในประเทศอื่นจะเป็นที่เข้าใจในฐานะกาแฟใส่นมหรือมีชื่อเต็มๆ ของลาเต้ คือ “caffè e latte” แต่มักจะนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า Latte และอีกชื่อที่ใกล้เคียงกันก็คือ “café au lait” เป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งหมายถึงกาแฟใส่นมเช่นกัน

Latte Art เกิดขึ้นครั้งแรกที่อิตาลี ประเทศที่เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมการทานกาแฟนั่นเอง ด้วยความที่อิตาลีเป็นเมืองแห่งศิลปะ Barista ของที่นี่เป็นผู้ที่มีวัยวุฒิและมีประสบการณ์อย่างมาก เมื่อเราไปที่ร้านกาแฟที่อิตาลี เราจะไม่ค่อยพบวัยรุ่นทำงานชงกาแฟสักเท่าไหร่ และด้วยความที่คนที่อิตาลีเป็นพวกที่มีศิลปะอยู่ในหัวใจ ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรเป็นศิลปะไปหมด ทำให้ Barista เองก็เกิดความคิดในการสร้างลวดลายบนเครื่องดื่มกาแฟขึ้นมาเช่นกัน ด้วยการเทฟองนมลงไปในกาแฟดำ สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้ามากมาย จากนั้น Latte Art ก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกาและส่วนอื่นๆ จนกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

การทำ Latte Art (ลาเต้อาร์ต)

  • แบบ Free pour หรือการเทอิสระ เทคนิคนี้ต้องอาศัยความชำนาญของ Barista อย่างมากทั้งความนิ่งของมือ สมาธิ การจับจังหวะ โดยการเทนมลงในถ้วยกาแฟที่มี Espresso อยู่ในถ้วย ด้วยลักษณะของการส่ายข้อมืออย่างเป็นจังหวะจนเกิดเป็นลวดลายต่างๆ

Latte-Art-02

ลายที่เกิดการจากเทแบบ Free pour จะมี 2 ลายที่เป็นที่นิยม คือ Rosetta หรือลายใบไม้ และ Heart หรือลายหัวใจ

  • แบบ Drag หรือการลาก เป็นเทคนิคที่ใช้ การลาก การเขี่ย การวาด การหยอด เพื่อสร้างลายขึ้นมา เป็นเทคนิคที่ง่าย ใครๆ ก็สามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องอาศัยเทคนิคมากๆ อุปกรณ์ที่จำเป็นนอกจาก Espresso และนมคือ chocolate หรือ caramel และอุปกรณ์สำหรับลากเช่น แท่งคอกเทล หรือไม้จิ้มฟันก็ได้
  • แบบผสม เป็นเทคนิคที่นำทั้งการเทและการลากมาผสมเข้าด้วยกัน เป็นเทคนิคที่ใช้ในการรสร้างลายที่ยากขึ้น การทำเทคนิคนี้ต้องอาศัยทั้งเทคนิคและความเร็ว เพราะต้องแข่งกับเวลาเพื่อให้กาแฟยังร้อนอยู่ก่อนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า