กาแฟแบบ Decaf coffee มีคาเฟอีนหรือไม่

เวลาไปซื้อกาแฟ แล้วเห็นป้ายที่ขวดกาแฟเขียนว่าเป็นกาแฟแบบ Decaf หรือ decaffeinate มันมีความหมายว่าอะไร คงจะมีหลายคนสงสัย กาแฟประเภทนี้คือกาแฟที่ถูกสกัดเอาคาเฟอีนออกไปจากเมล็ดกาแฟ ก่อนที่จะนำมาแปรรูป

decaf-coffee-1

แล้วคาเฟอีนถูกสกัดออกไปจากเมล็ดกาแฟทั้งหมดหรือไม่?

ความเป็นจริงคือไม่หมด ยังมีคาเฟอีนบางส่วนเหลืออยู่ในเมล็ดกาแฟ นั่นก็หมายความว่า Decaf coffee ยังมีคาเฟอีนอยู่ แต่เหลือในปริมาณที่น้อย

คาเฟอีนปริมาณเท่าไหร่ที่ยังหลงเหลืออยู่ใน Decaf coffee?

เมล็ดกาแฟที่จะสามารถนำไปทำเป็นกาแฟแบบ Decaf coffee ได้ต้องมีปริมาณคาเฟอีนเหลืออยู่ในเมล็ดกาแฟไม่เกิน 0.1% ของปริมาณของคาเฟอีนที่มีอยู่เดิมในเมล็ดกาแฟ ถ้าเทียบจากปริมาณในหนึ่งถ้วยของกาแฟ จะมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อกาแฟ 1 ถ้วย

decaf-coffee-2

ความแตกต่างของปริมาณคาเฟอีนในกาแฟแบบ Decaf coffee เมื่อเทียบกับกาแฟแบบธรรมดา?

สำหรับกาแฟ 1 ถ้วยหรือประมาณ 5 ออนซ์ของกาแฟแบบ Decaf coffee จะมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 3 มิลลิกรัม ในขณะที่กาแฟทั่วไปที่ชงด้วยเครื่อง Drip machine จะมีคาเฟอีนอยู่ประมาณ 115 มิลลิกรัม และประมาณ 80 มิลลิกรัม สำหรับกาแฟที่ชงด้วยเครื่องชงแบบ Percolator 

ปริมาณคาเฟอีนที่สามารถบริโภคได้ต่อวันโดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายคือเท่าไหร่?

ปริมาณคาเฟอีนที่สามารถบริโภคได้ต่อวันโดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายคือประมาณ 300 มิลลิกรัม หรือเปรียบเทียบแบบง่ายๆ ได้ดังนี้

  • กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟ สามารถดื่มได้ประมาณ 3 – 4 แก้วต่อวัน
  • กาแฟที่ชงจากกาแฟสำเร็จรูป สามารถดื่มได้ประมาณ 5 แก้วต่อวัน
  • ชา สามารถดื่มได้ประมาณ 5 แก้วต่อวัน
  • น้ำอัดลม สามารถดื่มได้ประมาณ 6 แก้วต่อวัน
  • ยาแก้ปวดที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม สามารถกินได้ไม่เกิน 10 เม็ดต่อวัน

ข้อมูลที่นำมาบอกนี้ เป็นแค่ข้อมูลที่มีไว้ให้อ้างอิง เพื่อไม่ให้บริโภคคาเฟอีนมากเกินไปเท่านั้น และอย่าลืมว่าคาเฟอีนไม่ได้มีเฉพาะในกาแฟ ในเครื่องดื่มบางประเภทที่ระบุไว้ด้านบน ยาแก้ปวด รวมไปถึง Chocolate ก็มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เพราะฉะนั้นเราควรควบคุมปริมาณของกาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม ทั้งหมดต่อวันไม่ให้เกินปริมาณที่จะเป็นอันตรายกับร่างกายได้