คนญี่ปุ่นกับการดื่มชา

ชาเป็นเรื่องที่น่าสนใจแต่มีความสลับซับซ้อน โดยเฉพาะพิธีการชงชาของชาวญี่ปุ่น ชาของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่น ชาเซนชะ เป็นชาที่มีชื่อเสียงและแพร่หลายมากที่สุดในภัตตาคารญี่ปุ่น ในซีกโลกตะวันตก เช่น อเมริกาเหนือและยุโรปดื่มชาเซนจาแล้วจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก

japanese-tea-set

อีกประเภทหนึ่งคือ ชากิโอกุโร กล่าวกันว่า ชากิโอกุโรนับเป็นประดุจน้ำค้างมุกของชา บางคนถึงกับกล่าวว่าเป็นไวน์ขาวของชา ชาประเภทนี้เก็บเกี่ยวด้วยมือ ไม่ใช้เครื่องจักรเลย กลิ่นหอมคล้ายสมุนไพร รสออกหวานบ้างมีคาแฟอีนสูง ถือว่าเป็นชาเกรดดีที่สุดและราคาแพง

อีกประเภทที่ใช้ดื่มเวลาประกอบพิธีชงชาของญี่ปุ่น คือ ชามัทชะ ใช้ใบอ่อนๆจากต้นแก่ นำชามาป่น และให้รสออกเฝื่อนๆ เป็นชาที่เลือกดื่มหลังจากกินของหวานมากๆ ดื่มกับอาหารตะวันออกนับว่าเหมาะมาก

คนญี่ปุ่นนั้นมองชาและการดื่มชาในแง่ประเพณีของคือ บัลเลย์แบบคลาสสิกของตะวันตก มีกฎเกณฑ์และกติกาต่างๆอยู่มากค่อนข้างละเอียด ทั้งชาญี่ปุ่น และบัลเลย์เป็นเรื่องที่คนปกติสามัญทนไม่ค่อยได้ หากไม่รับรู้กฎต่างๆอย่างเคร่งครัด ทั้งสองอย่างนี้น่าเบื่อที่สุดถ้าเราไม่รู้จักสังเกตแง่มุมต่างๆ ทั้งบัลเลย์และชาเป็นคนละอย่างกัน เวลาดูบัลเลย์ผู้ชมจะเห็นผู้แสดงเต้นท่าทางต่างๆอย่างงดงามและมองดูเพลิดเพลินขณะที่ในพิธีชงชาทุกคนมีส่วนร่วมโดยตรง ยิ่งมีส่วนร่วมในพิธีมากเท่าไรยิ่งเพลิดเพลินมากเท่านั้น

พิธีชงชาจัดเตรียมและเสิร์ฟชาป่นสีเขียวใส่น้ำร้อน มีผู้บริการคือ ผู้จัดเตรียมชาในลักษณะที่ง่ายดายที่สุด ซึ่งตรงกันข้ามกับพิธีของเจ้าขุนมูลนายที่จัดชาอย่างหรูหรา ญี่ปุ่นจัดพิธีชงชาในห้องเล็กๆ มีเครื่องเรือนและข้าวของที่ทำจากไม้ไผ่และวัสดุพื้นๆทั่วไป ไม่ใช่ของหรูที่สั่งมาจากจีนและเกาหลี แต่ใช้ถ้วยทำในประเทศ ในพิธีชงชาจะมีการพูดคุยกันเรื่องกวีนิพนธ์ ภาพเขียน วรรณคดีคลาสสิก การจัดดอกไม้และศิลปะอื่นๆ นี่เป็นงานที่เงินไม่มีความหมาย ชนชั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนมองข้าม ความงามและจิตใจที่เอื้ออารีเป็นสิ่งที่สำคัญสี่สุด ผู้หญิงญี่ปุ่นถือว่าการเรียนรู้วิธีชงชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องเรียนรู้และปฏิบัติให้ได้ คล้ายๆกับผู้หญิงอังกฤษสมัยวิกตอเรียต้องเรียนรู้การเล่นเปียโนและการวาดภาพสีน้ำมัน

japan-tea-ceroremonie

ที่มา : www.magieduthe.be/blog/wp-content/gallery/diverses-photos/japan-tea-ceroremonie.jpg

พิธีชงชาญี่ปุ่นเริ่มด้วยการนำชาป่นผสมกับน้ำร้อนและคนด้วยไม่ไผ่เล็กๆ หน้าตาคล้ายกับแปรงโกนหนวดของฝรั่ง คนที่ร่วมพิธีได้ชื่นชมกับกลิ่นชาที่หอมละมุน ห้องชงชาเป็นห้องเรียบง่ายและดูบริสุทธิ์สะอาด ข้างนอกห้องอาจจัดเป็นสวนชา มีหิน ต้นไม้ อิฐ โคมและอ่างน้ำ จัดวางอย่างลงตัวเพื่อบันดาลความสงบทางใจ การรินชาเริ่มจากเจ้าภาพทดลองชิมสองสามครั้ง แล้วส่งถ้วยต่อให้แขกซึ่งนั่งล้อมวงชิดกัน ส่งต่อไปเรื่อยๆจนถึงคนสุดท้าย แล้วส่งให้เจ้าภาพ ถัดจากนั้นเจ้าภาพจะส่งถ้วยเปล่าให้กับแขก ส่งต่อกันไปเรื่อยๆทีละคนเพื่อพิจารณาดูความว่างเปล่า จุดนี้ญี่ปุ่นถือว่าสำคัญยิ่ง

การไปร่วมพิธีชงชา เหมือนกับการไปนั่งวิปัสสนาตามแบบปรัชญาเซน การพิจารณาความเป็นไปของสรรพสิ่งเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้พิธีชงชามักเน้นที่ความเรียบง่ายแท้จริงมากกว่า นี่เป็นวิธีสอนและอบรมให้คนญี่ปุ่นกลายเป็นที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เวลานั่งเงียบๆจะได้ยินเสียงน้ำเดือดตอนต้มชา ใครที่ชอบความสงบทางจิตใจและความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ต้องชอบ เพราะห้ามส่งเสียงแม้แต่เพียงวลีเดียวระหว่างที่มีพิธีชงชา

ที่มา : คัดลอกบางส่วนมาจากหนังสือพจนานุกรมกาแฟและชา