ประโยชน์และโทษของชา

ชาเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต สำหรับเราๆทั้งหลาย มานาน และการดื่มชาในบางประเทศถือเป็นประเพณีเลยทีเดียวเช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น สำหรับคนไทยชาก็เป็นที่นิยมทั้งร้อนและเย็น โดยเฉพาะชาเย็นแบบไทยๆนี่ เป็นที่นิยมไปทั่วโลกเลยทีเดียว ชามีประโยชน์มาก ช่วยป้องกันโรคได้หลายอย่าง แต่ก็มีโทษเช่นกัน อยู่ที่การดื่มของเรานั่นเอง มาดูกันค่ะว่าประโยชน์และโทษของชามีอะไรบ้าง

cup_of_tea

10 ประโยชน์ของชา

  1. ช่วยในการต้านมะเร็ง : เพราะในชามีสารคาเทชิน (Catechins หรือ EGCG) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามิน E 20 เท่า สามารถยับยั้งการสร้างสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สารคาเทชินจะพบในชาเขียวมากที่สุด และยังช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งและยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อส่วนดี นอกจากนั้นยังช่วยลดระดับ LDL โคเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหัวใจวาย และลมชัก
  2. ช่วยในการได้รับวิตามีน : เพราะชาจะมีวิตามิน A, B1, B2, B3, P, PP, C เป็นต้นอยู่ โดยจะมีวิตามีน C มากกว่าตัวอื่นๆ ผู้ใหญ่ที่ดื่มชาเขียง 2-3 ถ้วยต่อวัน จะได้รับวิตามิน C เท่ากับครึ่งหนึ่งที่ร่างกายต้องการ
  3. ช่วยลดคลอเรสเตอรอล : เพราะในชามี EGCG อยู่ และตัว EGCG ช่วยในการย่อยสลายไขมัน โดยช่วยในการเพิ่มการเกิดของ ฮอร์โมน norepinephrine ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณบอกสมองให้ทำลาย fat cell
  4. การดื่มชาเป็นประจำ จะช่วยให้เราได้รับสารคาเฟอีนจากใบชา ซึ่งสารคาเฟอีน จะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขยายหลอดเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ป้องกันโรคหัวใจตีบตัน บรรเทาอาการ เจ็บหน้าอก รักษาโรคหวัดและอาการปวดหัวได้
  5. ใบชา มีสารโพลิฟินอล (Polyphenol) คาร์โบไฮเดรท และกรดอะมิโน เมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับน้ำลาย ก็จะช่วยกระจายความร้อนในร่างกายออกไปพร้อมๆ กับขับสารพิษในร่างกายออกไปด้วย ในส่วนของสารอโรมาติคก็จะช่วยระงับกลิ่นปาก และช่วยในการป้องกันฟันผุด้วย
  6. ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดอาการอักเสบ และช่วยสมานแผล ตามตำรายาจีนยังบันทึกไว้ว่า น้ำชาชงแก่ๆ 1 ถ้วย ช่วยรักษาโรคบิดได้เป็นอย่างดี
  7. ในชาเขียวมีวิตามิน C, วิตามิน B คอมเพล็กซ์, กรดเพนโทเทนิค และวิตามินพี ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ไม่เปราะ ไม่แข็งตัวง่าย นอกจากนั้นก็ยังมีกรด Pantothenic ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น ลดอาการอักเสบ และอาการของโรคปอดบวม ที่สำคัญการดื่มขาเขียวเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในกระเพาะอาหาร
  8. ชาเขียวช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ยับยั้งการก่อตัวของ ลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ทำให้อัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลง
  9. ชาเขียวสามารถ ช่วยในการลดความเครียด ช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ช่วยลดพิษหรือล้างพิษออกจากร่างกาย โดยเฉพาะสารพิษจากบุหรี่ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  10. ชาอู่หลงสามารถ ช่วยในการลดความอ้วนและอาการท้องผูก โดยจะช่วยละลายไขมันและช่วยในการย่อยอาหารและลดประจุในปัสสาวะ

 5 โทษของชา

  1. อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร : เพราะในใบชามี กรดแทนนิก (Tannic Acid) ประกอบอยู่ ซึ่งจะพบในชาแดงมากกว่าชาเขียว ยิ่งใบชาเกรดต่ำก็ยิ่งมีกรดแทนนิกสูง เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ไม่ควรดื่มน้ำชา เพราะกรดแทนนิก เมื่อรวมตัวกับธาตุเหล็กในกระเพาะอาหารและลำไส้จะกลายเป็นสารที่ไม่สามารถละลายได้ ทำให้เด็กเล็กไม่เติบโต มีอาการขาดธาตุเหล็กและเป็น โรคโลหิตจางได้
  2. อาจทำปฎิกิริยากับสารเคมีในยารักษาโรค : ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มชาขณะกินยา เพราะสารต่างๆ ในน้ำชาอาจทำปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ต่อยาที่กินเข้าไป อาจทำให้คุณสมบัติของยาเจือจางหรือเสื่อมสภาพลง หรือขั้นร้ายแรงอาจกลายเป็นสารพิษได้ ถ้าหากอยากดื่ม ควร ดื่มก่อนหรือหลังทานยาประมาณ 2 ชั่วโมง
  3. อาจมีผลข้างเคียงต่อช่องปาก ลำคอ หรือลำใส้ได้ : ถ้าดื่มชาที่ร้อนเกินไป ดังนั้นไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัด เพราะการดื่มของร้อนจัดมีผลข้างเคียงต่อช่องปาก ลำคอ ลำไส้ได้ อาจทำให้เนื้อบางส่วนในช่องปากตาย และอาจเป็นต้นเหตุกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้
  4. อาจส่งผลต่อระบบการขับเหงื่อของร่างกาย : ผู้ที่มีไข้สูง ไม่ควรดื่มน้ำชา เพราะด่างในน้ำชาจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จึงยิ่งทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น กรดแทนนิกในน้ำชายังส่งผลให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ระบบการขับเหงื่อของร่างกายทำงานบกพร่อง
  5. ลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้ : การดื่มชาอู่หลงในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้

 5 ข้อควรปฎิบัติในการดื่มชา

  1. ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
  2. ไม่ควรดื่มชาก่อนนอนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน สตรีมีครรภ์ คนชรา และเด็กเล็ก
  3. คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมามากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร
  4. ผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะคาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
  5. การดื่มชาเพื่อสุขภาพ ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ลดการเติมนม นำ้ตาล

นี่คือส่วนหนึ่งของ ประโยชน์และโทษของชา รวมไปถึงวิธีข้อควรปฎิบัติในการดื่นชา เท่านั้น ยังไงจะพยายามรวยรวมมาให้ได้อ่านกันอีกนะคะ