กาแฟกับสุขภาพตับ

กาแฟที่หอมกรุ่นนั้น  ด้านหนึ่งก็ทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน แต่อีกด้านหนึ่ง กาแฟก็ส่งผลดีต่อตับ เนื่องจากมีสารในกลุ่ม ไดเทอร์ปีน ที่ช่วยยับยั้งการเปลี่ยนสารจากภายนอกร่างกายให้อยู่ในรูปสารพิษ และช่วยกระตุ้นกระบวนการขจัดสารพิษออจากร่างกาย นอกจากนี้ กาแฟยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ งานวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันพอกตับและมะเร็งตับ อย่างไรก็ตามดังที่กล่าวไว้แต่ต้นว่ากาแฟก็มีด้านลบ และกาแฟถ้วยโปรดของหลายคนก็หวานมัน ด้วยน้ำตาลและครีม สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นอีกจุดหนึ่งของผู้ที่คิดจะดื่มกาแฟเพื่อสุภาพ

39-tijuana-coffee

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่มนุษย์มาแต่ยุคโบราณ ผลของกาแฟต่อร่างกายที่คนนึกถึงมักจะเป็นผลลบ เช่น ทำให้นอนไม่หลับ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน หรือทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้น แต่ภายในกาแฟหนึ่งแก้วมิได้มีเพียงแค่คาเฟอีนซึ่งเป็นสาร ที่ทำให้ระบบประสาทตื่นตัวเท่านั้น ยังมีพฤกษเคมีตัวอื่นๆ เช่น กรดคาเฟอิกและกรดคลอโรจินิค ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มโฟลีฟีนอล คาเฟสตอลและคาห์วีออลซึ่งเป็นสารในกลุ่มไดเทอร์ปีนเป็นต้น ประกอบกับข้อมูลจากงานวิจัยต่างๆ ผลของกาแฟจึงยังมีอีกมากทั้งด้านดีและไม่ดี ในบทความนี้จะอธิบายถึงด้านบวกของกาแฟที่หลายคนอาจจะไม่ทราบกัน นั้นก็คือช่วยรักษาสุขภาพตับซึ่งเป็น “โรงงานใหญ่” ของร่างกายที่มีหน้าที่ ทั้งการสร้างสารต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อัลบูมิน กลูโคส น้ำดี และทำลายสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ ตับยังเป็น “โกดัง” เก็บสารอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรตในรูปของไกลโคเจน การรักษาสุขภาพตับจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการรักษาสุขภาพกาย

กาแฟไปทำอะไรกับตับ

ในบรรดาพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีในกาแฟ สารในกลุ่มไดเทอร์ปีน ได้แก่ คาเฟสตอลและคาห์วีออลก่อให้เกิดผลดีต่อตับ โดยสารกลุ่มนี้จะช่วยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ที่กระตุ้นความเป็นพิษของสารเคมีจากภายนอกร่างกาย และเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ที่ขจัดสารพิษ นอกจากนี้ ในกาแฟยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านอักเสบ ซึ่งช่วยลดความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตับ ดังเช่น การศึกษาถึงผลของกาแฟต่อการเกิดไขมันพอกตับในหนูทดลอง พบว่าหนูที่ได้รับกาแฟมีค่าเลือดที่แสดงถึงการที่ร่างกายถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระน้อยกว่าหนูที่ไม่ได้รับกาแฟ

กาแฟกับไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ เป็นโรคที่สัมพันธ์กับการที่ ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินน้อยลง โดยเชื่อว่าภาวะดังกล่าวทำให้ไขมันสะสมในตับมากขึ้น ไขมันที่สะสมในตับของผู้ป่วยบางรายเกี่ยวข้องการอักเสบของเนื้อตับ ทำให้เกิดพังผืดตามมา นำไปสู่การเกิดตับแข็งในที่สุด การศึกษาหลายงาน แสดงให้เห็นว่ากาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันสะสมในตับได้

งานวิจัยจากอิตาลีงานหนึ่งได้เปรียบเทียบ ผู้ที่มีไขมันพอกตับจำนวน 175 คน กับผู้ที่ไม่มีไขมันพอกตับอีก 153 คน พบว่าการดื่มกาแฟสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันพอกตับ ในขณะที่ภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคอ้วนล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันพอกตับ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยจากญี่ปุ่นที่ วิเคราะห์ข้อมูลของพนังงานออฟฟิศเพศชายจำนวน 1612 คน ที่ปีใดปีหนึ่งและติดตามผลต่อไปอิกห้าปี ผลการศึกษาที่จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง พบว่าผู้ที่มีไขมันพอกตับจะดื่มกาแฟน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีไขมันพอกตับ และเมื่อมองดูผลต่อเนื่อง 5 ปี ของผู้ที่ไม่มีไขมันในตับ ตอนปี พ.ศ. 2542 จำนวน 492 คน เมื่อถึงปี พ.ศ. 2547 ผู้ชายจำนวน 328 คนยังมีตับเป็นปกติ ในขณะที่อีก 164 คน มีไขมันพอกตับ ผู้ที่ไม่มีไขมันในตับ จะดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยวันละ 2.6 ถ้วยในปี พ.ศ. 2542 เป็น 3 ถ้วยในปี พ.ศ. 2547 ในขณะที่ผู้ที่มีไขมันพอกตับ จะดื่มกาแฟลดลงจาก 2.6 ถ้วยในปี พ.ศ. 2542 เป็น 2.3 ถ้วยในปี พ.ศ. 2547

กาแฟกับมะเร็งตับ

มะเร็งตับ นับเป็นภัยร้ายสุขภาพ ที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง ดังสถิติปรากฏว่ามะเร็งตับชนิด hepatocellular carcinoma (HCC) เป็นสาเหตุการตายอันดับสาม ของมะเร็งทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้ พบบ่อยเป็นอันดับหนึ่งในชายไทย การป้องกันมะเร็งชนิดนี้จึงมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและการมีอายุยืน กาแฟในฐานะแหล่งรวมพฤกษเคมีที่ดีต่อตับ ก็แสดงผลในการลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งตับ ซางและคณะนักวิจัยชาวจีนได้วิเคราะห์ ข้อมูลจากงานวิจัยในมนุษย์ทั้งหมด 16 งาน แล้วพบว่าการดื่มกาแฟ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ถึง 50%

จากที่กล่าวมาทั้งหมด กาแฟจึงไม่ได้  “ร้ายบริสุทธิ์” เสียทีเดียว หากแต่ยังมีด้านดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกาแฟนั้น มีทั้งผลดีและผลเสียต่อร่างกาย การตัดสินใจดื่มกาแฟ จึงควรคำนึงถึงสภาพร่างกายว่าอ่อนไหวต่อฤทธิ์ในด้านลบของกาแฟหรือไม่ กำลังรับประทานยาหรือได้รับการรักษาอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า นอกจากนี้กาแฟถ้วยโปรดของหลายๆ คน มักจะเต็มไปด้วยน้ำตาลและ/หรือครีม ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเพิ่มไปอีก จนอาจทำให้น้ำหนักเกินเกณฑ์ได้ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ ส่วนผู้ที่ไม่ชอบดื่มกาแฟก็อย่าพึ่งเสียใจว่า หมดโอกาสป้องกันโรคตับ วิธีป้องกันโรคตับ ยังมีอีกหลายวิธี เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสารเคมี ยาสมุนไพรที่ไม่รู้แหล่งที่มา อาหารขึ้นรา รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ เป็นต้น เท่านี้เราก็จะสามารถรักษาโรงงานและโกดังชีวิตเอาไว้ได้

ข้อมูลจากนิตยาสาร Health Today