เอสเพรสโซ่ มีคาเฟอีน มากกว่ากาแฟทั่วไป จริงหรือไม่?

มีเพื่อนหลายๆคนถามว่า ดื่มเอสเพรสโซ่ แล้วนอนหลับปกติมั้ย เพราะดูเหมือนว่าจะมีคาเฟอีนมากกว่ากาแฟแบบอื่นๆ จริงๆ แล้วคิดว่าคาเฟอีนน่าจะใกล้เคียงกัน เพราะในลาเต้ คาปูชิโน่ ก็ใช้เอสเพรสโซ่ 1 ช็อตในการชงกาแฟ แต่ก็ยังไม่แน่ใจ และยังมีอีกคือกาแฟที่ชงแบบ brew หรือชงด้วยเครื่อง drip อันนี้ก็ไม่แน่ใจ เพราะปริมาณกาแฟที่ใช้ชงกาแฟ 1 แก้วไม่เท่ากัน ก็เลยลองมาหาคำตอบดู มาดูกันค่ะ

ตามมาตรฐานของ National Coffee Association (NCA) ขนาดปกติของกาแฟแบบ drip คือ 8 oz จะมีคาเฟอีน 65-120 mg (ค่าของคาเฟอีนอยู่ในช่วงที่กว้างมาก เพราะมีหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาในการชง อุณหภูมิของน้ำ ความละเอียดของเมล็ดกาแฟ ความเข้มของเมล็ดกาแฟ ชนิดของเมล็ดกาแฟ การคั่ว ล้วนมีส่วนต่อปริมาณคาเฟอีนในกาแฟทั้งสิ้น)

ปริมาณคาเฟอีนเฉลี่ยของกาแฟหนึ่งแก้วที่ชงแบบ drip คือ 92.5 mg แบบเอสเพรสโซ่ espresso คือ 40.0 mg ดูเหมือนปริมาณคาเฟอีน ของกาแฟหนึ่งแก้วที่ชงแบบ drip จะมีคาเฟอีนมากกว่า แบบเอสเพรสโซ่ espresso ประมาณ 2.3 เท่า

แต่ถ้าจะบอกว่า ปริมาณคาเฟอีนของกาแฟหนึ่งแก้วที่ชงแบบ drip จะมีคาเฟอีนมากกว่า แบบเอสเพรสโซ่ espresso ก็ยังไม่ถูกนัก เพราะ ปริมาณของกาแฟที่ชงแล้ว 1 แก้ว นั้นไม่เท่ากัน ระหว่าง drip และ เอสเพรสโซ่ espresso
ดังนั้นเราควรเปรียบเทียบเป็น ปริมาณคาเฟอีน ต่อปริมาณของกาแฟ (ต่อออนซ์ หรือ ounce, oz)

ปริมาณคาเฟอีนของกาแฟที่ชงแบบ drip คือ 8 – 15 mg ต่อออนซ์ (คำนวณจาก ขนาดปกติของกาแฟแบบ drip คือ 8 oz จะมีคาเฟอีน 65-120 mg) ในขณะที่ แบบเอสเพรสโซ่ espresso ปริมาณคาเฟอีน 30 – 50 mg ต่อ ออนซ์

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า

  • ถ้าคิดจากปริมาณเครื่องดื่มปกติ 1 แก้ว หรือที่ serving size ปริมาณคาเฟอีนของกาแฟหนึ่งแก้วที่ชงแบบ drip จะมีคาเฟอีนมากกว่า แบบเอสเพรสโซ่ espresso 1 ช็อต
  • ถ้าคิดจากปริมาณคาเฟอีน ต่อปริมาณของกาแฟที่เท่ากัน ปริมาณคาเฟอีนของ แบบเอสเพรสโซ่ espresso จะมีมากกว่า กาแฟที่ชงแบบ drip
Coffee cup - cup of coffee 2 with clipping path espresso9
65 – 120 mg / 8 oz
(8 – 15 mg /1 oz)
30 – 50 mg / 1 oz
(30 – 50 mg / 1 oz)

แล้วทำไมคนส่วนมาก จึงคิดว่าการชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ espresso นั้นควรจะมีคาเฟอีนมากกว่า นั่นอาจจะมาจากรสชาติของกาแฟที่ขมกว่า แต่รสชาติของกาแฟที่ขมกว่าของเอสเพรสโซ่ espresso เกิดจากวิธีการชง และการคั่วเมล็ดที่คั่วแบบเข้มกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การคั่วแบบเข้มจะให้ปริมาณคาเฟอีนที่มากกว่า

การคิดปริมาณคาเฟอีนที่ถูกต้องนั้นค่อนข้างยากเพราะมีปัจจัยหลายประการต่อคาเฟอีนที่จะเกิดขึ้นในเครื่องดื่ม 1 แก้วดังนี้

  • ขนาดของกาแฟ 1 แก้วเป็น 4oz, 5 oz, 12oz หรือ 24oz
  • การผสมหรือ blend เมล็ดกาแฟ
  • ชนิดของเมล็ดกาแฟ arabica, robusta หรือผสม
  • การบดเมล็ดกาแฟ
  • อุณหภูมิของน้ำเวลาชงกาแฟ
  • ปริมาณนมที่ผสม จะไปเจือจางคาเฟอีนตามปริมาณที่เติมลงไป
  • ประเภทของเครื่องชง

ด้านล่างนี่คือปริมาณคาเฟอีนของกาแฟยี่ห้อต่างๆ

54fc7b374a343