การบดกาแฟ

เขียนเรื่องเกี่ยวกับกาแฟมาหลายอย่าง แต่ยังไม่เคยเขียนเรื่องการบดกาแฟเลย เพราะไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้มากนัก (ปกติจะซื้อเมล็ดที่ชอบแล้วให้ทางร้านบดให้โดยบอกว่าจะไปชงด้วยเครื่องอะไร) จนมีโอกาสได้ไปช่วยคนรู้จักขายกาแฟสด แล้วรู้สึกว่า เอสเพรสโซ่ ของที่ร้านเค้าค่อนข้างกลมกล่อม เลยแอบไปดูยี่ห้อเมล็ดกาแฟ ก็เป็นยี่ห้อที่หลายๆร้านใช้ ดูไปดูมาคิดว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเรื่องรสชาติกาแฟ นอกจาก เมล็ดกาแฟ เครื่องชง และน้ำ ก็คือการบดกาแฟนั่นเอง เลยลองหาความรู้เพิ่มได้มาตามนี้ค่ะ

การบดเมล็ดกาแฟให้เหมาะสมกับเครื่องชงมีส่วนสำคัญมากดังนั้นเมื่อใช้เครื่องชงแบบไหนก็ควรจะบดเมล็ด กาแฟให้เหมาะสมกับเครื่องแบบนั้น โดยการบดเมล็ดกาแฟมี 4 ระดับ

  1. แบบหยาบ
  2. แบบหยาบปานกลาง
  3. แบบละเอียด
  4. แบบละเอียดมาก

ตารางด้านล่างแสดงการบด ระยะเวลาที่ใช้ในการบด ปริมาณกาแฟ และเวลาที่ใช้ในการชงที่เหมาะสมกับเครื่องชงแบบต่างๆ

แบบกด แบบต้ม แบบกรอง เครื่องชง เวลาที่ใช่ในการบด
บดหยาบ X 8-10 วินาที
บดหยาบปานกลาง X 12-15 วินาที
บดละเอียด X 20-25 วินาที
บดละเอียดมาก X 25-30 วินาที
เวลาที่ใช้ในการชงกาแฟ 4-6 นาที 4-6 นาที 1-4 นาที 10-20 วินาที
ปริมาณกาแฟ 1 ถ้วย 4 ออนซ์ 2 ออนซ์ 2 ออนซ์ 2 ออนซ์

เครื่องบดกาแฟ

1195871439

อุปกรณ์ที่ใช้ในการชงกสแฟมีหลายชนิด แต่ละชนิดย่อมต้องการ ความละเอียดของเมล็ดกาแฟ หรือการบดเมล็ดกาแฟที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องบดให้มีความสัมพันธ์กับการชง ในอดีตการบดใช้วิธีการตำในครก ต่อมาได้มีการประดิษฐ์เครื่องบดด้วยมือ จนปัจจุบันมีเครื่องบดกาแฟไฟฟ้า ที่สามารถบดกาแฟได้เองที่บ้านเครื่องบดที่แนะนำให้ใช้ คือ เครื่องบดไฟฟ้า ที่สามารถปรับความหยาบและความละเอียดของการบดได้ ถ้าอยากประหยัดงบประมาณ ให้ใช้แบบครกไฟฟ้า แต่จะต้องฝึกฝนให้ชำนาญกับเครื่องบดกาแฟชนิดต่างๆ ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ง่าย แต่ถ้าในกรณีที่ไม่มีเครื่องบดใช้ ก็ให้ทางร้านที่ขายเมล็ดกาแฟคั่วบดให้ อย่าลืมบอกผู้ขายด้วยว่าใช้เครื่องชงชนิดใด เพื่อที่ผู้ขายจะได้บดให้ถูกต้อง และถ้าเจอร้านที่บดกาแฟให้ออกมาเป็นแบบเดียวกันหมด โดยไม่สนใจว่าใช้เครื่องชงชนิดใด ก็เป็นการเตือนให้ทราบว่า ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไปซื้อร้านใหม่แล้ว

ข้อควรจำในการบดกาแฟ

  1. เมล็ดกาแฟที่ยิ่งบดละเอียด โอกาสที่เนื้อกาแฟจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและสัมผัสกับน้ำมีมากขึ้น ดังนั้น ระยะเวลาที่จะชงและกรองกากกาแฟจะใช้เวลาน้อย
  2. ถ้ากาแฟบดหยาบ ปริมาณเนื้อกาแฟจะสัมผัสกับอากาศและน้ำน้อยลง การชงจะใช้เวลามากขึ้น

คำแนะนำในการเก็บรักษากาแฟที่บดแล้ว

  1. ไม่ควรเทหรือเปลี่ยนกาแฟที่บดแล้วจากขวดหนึ่งไปยังอีกขวดหนึ่งโดยไม่จำเป็น เพราะการทำเช่นนี้ เป็นการทำให้กาแฟเสียเร็วเนื่องจากถูกอากาศ
  2. พยายามเก็บรักษากาแฟไว้ในขวดสูญญากาศที่มีขนาดพอเหมาะกับปริมาณกาแฟ ไม่ควรให้มีช่องว่างระหว่างฝาปิดกับตัวเนื้อกาแฟมากเกินไป
  3. ไม่ควรเก็บกาแฟที่บดแล้วในช่องแช่แข็ง
  4. การเก็บรักษากาแฟที่ดีที่สุด คือ ซื้อกาแฟในปริมาณพอชงทานในหนึ่งสัปดาห์และบดในปริมาณพอชงต่อครั้ง

หลายคนแนะนำว่าควรเก็บกาแฟที่บดแล้วในตู้เย็นเพื่อรักษาอายุของกาแฟ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะกาแฟมีคุณสมบัติดูดกลิ่นและความชื้น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีมากในตู้เย็น ถ้าภาชนะที่ใส่ไม่มิดชิดพอ กาแฟสามารถดูดกลิ่นและความชื้นเข้ามา รสชาติกาแฟคงจะเปลี่ยนไป ส่วนอีกเหตุผลที่ว่า เพื่อให้เก็บรักษาได้นานนั้น ก็คงไม่ต้องนานเท่าไหร่เพราะถ้ากาแฟบดแล้วก็ไม่ควรเก็บนานเกือน 1 อาทิตย์

เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยยังไง แชร์กันได้นะคะ