วิธีการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟ

เมล็ดกาแฟมีขายมากมายเต็มท้องตลาด ไม่ว่าจะยี่ห้อที่แตกต่างกัน การคั่วที่แตกต่างกัน สายพันธุ์กาแฟที่แตกต่างกัน แล้วยังมีเรื่องเวลาที่คั่วกาแฟ เพื่อดูความสดใหม่ ขนาดบรรจุ และลักษณะของถุงอีก ที่เราควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ อย่างที่เคยเขียนไปว่า เมล็ดกาแฟ มีผลต่อรสชาติกาแฟ (เทคนิคการชงกาแฟให้อร่อย (Brewing)) งั้นมาลองดูค่ะ ว่าควรเลือกซื้ออย่างไรดี

article_72692_1414471325

วิธีการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟ

  • ก่อนซื้อควรจะต้องดู วัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ ปกติกาแฟเมื่อเก็บในถุงฟรอยด์ ที่วางขายจะมีอายุในช่วงสูงสุดประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นกับชนิดของถุงที่บรรจุ เพราะคุณภาพของเมล็ดกาแฟ จะลดลงตามเวลา โดยกาแฟจะหอมที่สุดเมื่อคั่วได้ 5 วัน และจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ เพราะงั้นเวลาเลือกซื้อ อย่าลืม ดูถุงที่ใหม่ (ผลิตหรือคั่วมาใหม่ๆ) จะได้กาแฟ ที่รสชาติดี และหอมกรุ่นกว่า
  • ควรเลือกถุงขนาดเล็ก (หรือขนาดที่เหมาะกับปริมาณบริโภคของเรา) ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 200-250 กรัม และควรใช้ให้หมดใน 1 สัปดาห์เมื่อเปิดถุงแล้ว
  • ถุงกาแฟที่ระบุว่า Single Origin พร้อมชื่อเมืองต่างๆ แสดงว่าเป็น อาราบิก้า Arabica ของที่นั้น มีเทคนิคการคั่วที่ดี และเป็นรสชาติพิเศษของที่นั้น เช่น Omkoi Estate
  • หากข้างถุงเมล็ดกาแฟระบุว่า Espresso คือ เมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วใน ระดับเข้ม หรือ Dark Roast
  • หากข้างถุงเมล็ดกาแฟระบุว่า Medium Roast คือ เมล็ดกาแฟที่คั่วระดับกลาง ดื่มได้เรื่อยๆ เหมาะสำหรับเสริฟในสถานการณ์ ที่ไม่รู้ว่าผู้ดื่มชอบกาแฟ ที่มีรสชาติแบบไหน
  • ควรซื้อกาแฟ ที่บรรจุในซองแบบระบายอากาศ หรือ Freshness wolves เพราะว่าเมล็ดกาแฟ จะมีการคายอากาศ และความชื้นออกมาตลอดเวลา หากการระบายอากาศไม่ดี หรือระบายอากาศไม่ได้ เมล็ดกาแฟจะเสียคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น และมีผลให้เมล็ดกาแฟ รวมไปถึงกาแฟที่ชงออกมา มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
  • เก็บเมล็ดกาแฟให้พ้นแสงแดด การเก็บควรที่จะเก็บในขวดสูญญากาศ อย่าเก็บเมล็ดกาแฟในตู้เย็น เพราะว่าเมื่อออกจากตู้เย็น เจออากาศร้อนเมล็ดกาแฟจะชื้น (กาแฟมีความสามารถในการดูดกลิ่นที่ดี เพราะฉะนั้นกาแฟจะดูดกลิ่นในตู้เย็นเข้ามาด้วย) ทำให้ติดกับเครื่องบด และมีกลิ่นจากตู้เย็นมาติดด้วย อ่านวิธีการเก็บเมล็ดกาแฟได้ที่ การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟ